โรคปวดต้นคอ

 

อะไรเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการปวดต้นคอ
 
                  อาการปวดต้นคออาจจะเกิดจากมีความผิดปกติในบริเวณเยื้อเยื่ออ่อน เช่น กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น เส้นประสาท และกระดูกและข้อในบริเวณกระดูกสันหลังบริเวณต้นคอ สาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากการได้รับอุบัติเหตุ หรือมีการเสื่อมสลายของกระดูกบริเวณต้นคอและหมอนรองกระดูกต้นคอเป็นเวลานาน ในผู้ป่วยส่วนน้อยอาการปวดต้นคออาจเกิดจากการติดเชื้อ หรือเนื้องอก ในผู้ป่วยบางคนอาการปวดต้นคออาจจะเกิดจากสาเหตุการปวดที่บริเวณหลังส่วนบน หรือปวดจากบริเวณไหล่
                  โรคกระดูกต้นคอเสื่อม และการอักเสบ โรคที่เกิดจากการเสื่อมสลายเนื่องมาจากอายุที่มากขึ้นมักจะมีลักษณะของข้อต่อระหว่างกระดูกเสื่อม มักเกิดในผู้สูงอายุ ซึ่งเกิดเนื่องจากมีการสึกหรอของข้อต่อในบริเวณกระดูกต้นคอ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดคอ และคอยึดติดเคลื่อนไหวลำบาก
                  หมอนรองกระดูกคอเสื่อม ก็เป็นสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการปวดคอ หมอนรองกระดูกทำหน้าที่คล้ายตัวรับและป้องกันการกระแทกระหว่างกระดูกในบริเวณต้นคอ ในผู้ป่วยที่มีหมอนรองกระดูกต้นคอเสื่อม ซึ่งมักจะมีอายุตั้งแต่ 40 ปี ส่วนประกอบในบริเวณส่วนกลางของหมอนรองกระดูกซึ่งปกติมักมีลักษณะคล้ายเยลลี่มีการเสื่อมสลาย  หมอนรองกระดูกแฟบลงทำให้ช่องว่างระหว่างกระดูกสันหลังแคบลง ทำให้เพิ่มแรงกดที่บริเวณของข้อต่อระหว่างกระดูกทำให้ข้อมีการเสื่อมมากขึ้นกว่าเดิม หมอนรองกระดูกคออาจจะมีการยื่นเข้าไปในช่องทางเดินของเส้นประสาท ทำให้มีการกดทับเส้นประสาท
 
เมื่อไหร่ที่ควรจะไปพบแพทย์
 
                  ถ้ามีอาการปวดต้นคอเกิดขึ้นทันทีหลังจากที่ได้รับอุบัติเหตุเช่น อุบัติเหตุมอเตอร์ไซด์ ตกจากที่สูง  ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อทำการตรวจร่างกาย ถ้าไม่ได้รับอุบัติเหตุท่านควรจะไปพบพทย์เมื่อ
·      มีอาการปวดเรื้อรัง และยังคงอยู่
·      อาการปวดรุนแรง
·      มีอาการปวดต้นคอ ร่วมกับมีอาการปวดร้าวลงแขน หรือขา
·      มีอาการปวดต้นคอร่วมกับอาการปวดศรีษะ ชา และอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ
 
ทำไมจึงต้องไปพบแพทย์
                  ท่านควรไปพบศัลยแพทย์กระดูก (ศัลยแพทย์ออร์โทปิดิกส์) เพื่อที่จะได้รับการตรวจประเมิน เพื่อให้ได้การวินิจฉัย การรักษา และการป้องกันที่ถูกต้อง  โดยแพทย์จะเริ่มต้นจากการซักประวัติ การตรวจร่างกาย แล้วให้การวินิจฉัยเบื้องต้น  การส่งถ่ายภาพเอกซเรย์เพื่อดูรายละเอียดของกระดูกบริเวณต้นคอว่ามีอะไรผิดปกติบ้าง ถ้าแพทย์ยังสงสัยในเรื่องการวินิจฉัยก็อาจจะส่งผู้ป่วยไปตรวจด้วยเครื่อง MRI ซึ่งสามารถให้รายละเอียดได้ดีที่สุดในปัจจุบัน
 
 
รักษาอาการปวดต้นคออย่างไร
 
                  การรักษาอาการปวดต้นคอส่วนใหญ่มักขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยโรคจากแพทย์ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะรักษาให้หายได้ด้วยการพัก  รับประทานยา  การทำกายภาพบำบัด การใช้เครื่องพยุงคอ และการปรับเปลี่ยนลักษณะกิจวัตรประจำวัน
 
ควรปฏิบัติตนอย่างไรบ้าง
 
·      พยายามใช้ท่าทางอย่างถูกต้องในขณะนั่งทำงาน หรือในท่ายืน โดยไม่พยายามที่จะก้มคอมากเกินไปดังภาพ
·      ออกกำลังกายบริหารกล้ามเนื้อบริเวณคอ
·      เวลานอนพยายามใช้หมอนหนุนที่บริเวณต้นคอและศรีษะ
·      ถ้ามีอาการปวดเกร็งที่ต้นคอมากอาจสวมใส่เครื่องพยุงลำคอ
·      การทำกายภาพบำบัดโดยการประคบด้วยความร้อน และการดึงส่วนลำคอโดยนักกายภาพบำบัดจะช่วยบรรเทาอาการได้
·      อาหารไม่มีบทบาทในการรักษาโรคปวดต้นคอ หรือทำให้เกิดอาการมากขึ้น 

 

 

_________________________________________________

เชิญเพิ่มเพื่อนทาง line จาก หมอเก่ง กระดูกและข้อ

เพื่อรับข้อมูลข่าวสารสุขภาพกระดูกและข้อครับ

line id search @doctorkeng กรุณากดลิงค์ https://line.me/R/ti/p/%40doctorkeng

หรือที่ QR code

แล้วกด add นะครับ

 

อ่านความรู้โรคกระดูกและข้อเพิ่มเติมได้ที่

1. www.taninnit.com

2. http://taninnit.blogspot.com/

3. https://www.facebook.com/backpainnonop/

email: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

 

โทร 081-5303666

หมอเก่ง : ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (Taninnit Leerapun, MD, MS, MBA)

ภาควิชาออร์โทปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

 

หมอเก่งคลินิก (สันป่าข่อยคลินิก)

ปวดต้นคอ หมอนรองกระดูกเสื่อม

 

        ปัจจุบันประชาชนมักจะมีอาการปวดบริเวณต้นคอเพิ่มมากขึ้นซึ่งมีสาเหตุจากการพัฒนาเทคโนโลยี การใช้คอมพิวเตอร์ การใช้โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้น ผู้ใช้งานก้มคอใช้อุปกรณ์เหล่านี้ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน จึงทำให้เกิดปัญหาปวดเมื่อยบริเวณต้นคอและกล้ามเนื้อบริเวณบ่า และสาเหตุอีกอย่างคือประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุทำให้ประชากรมีอายุเพิ่มมากขึ้น เกิดปัญหาของโรคข้อเสื่อมและหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อมเพิ่มขึ้น จึงทำให้พบปัญหาอาการปวดคอเพิ่มมากขึ้น  ท่านผู้อ่านคงเคยมีประสบการณ์อาการปวดบริเวณต้นคอบ้าง บางครั้งอาจจะมีอาการปวดต้นคอเวลาตื่นนอนตอนเช้าไม่สามารถหมุนศีรษะได้ มีอาการปวดตั้งแต่บริเวณต้นคอ ท้ายทอยลงบริเวณบ่า  สะบัก ปวดร้าวลงบริเวณหัวไหล่และต้นแขน อาจจะมีอาการชาร้าวลงมือร่วมด้วย  บางครั้งไปนอนสระผมที่ร้านทำผม พอลุกขึ้นมาก็จะรู้สึกมีอาการปวดต้นคอ 



สาเหตุของอาการปวดคอ


      สามารถแบ่งได้ตามช่วงอายุและอุบัติการณ์ของการเกิดอาการปวดต้นคอซึ่งสามารถเกิดได้ตั้งแต่อายุ20ปีเป็นต้นไป สาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากการใช้งานไม่ถูกท่า การนั่งทำงานกับคอมพิวเตอร์เป็นระยะเวลานานอย่างต่อเนื่อง การก้มใช้งานมือถือ ทำให้ต้องก้มคอตลอดเวลาซึ่งส่งผลทำให้กล้ามเนื้อเกิดอาการเกร็งตัวทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยตามบริเวณต้นคอและสะบักทั้ง 2 ข้าง  ในบางครั้งที่มีอาการปวดต้นคออย่างรุนแรงอาจจะเกิดเนื่องจากหมอนรองกระดูกต้นคอเคลื่อนออกมากดทับเส้นประสาท ทำให้เกิดอาการบวมและอักเสบของเส้นประสาท นอกจากนี้ตัวหมอนรองกระดูกที่เคลื่อนออกมานั้นจะมีสารที่ทำให้เกิดการอักเสบโดยตรงต่อเส้นประสารทจึงทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดคอร้าวลงแขนเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งในบางรายอาจจะมีอาการชา และอ่อนแรงของแขนในข้างที่เส้นประสาทไปกดทับด้วย เมื่ออายุมากขึ้น ส่วนใหญ่ประมาณตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป อาการปวดคอส่วนใหญ่มักเกิดจากกระบวนการเสื่อมของหมอนรองกระดูกและการอักเสบของข้อต่อระหว่างกระดูกสันหลัง บางครั้งหมอนรองกระดูกสันหลังส่วนคอมีการเสื่อมและเคลื่อนออกมากดทับเส้นประสาท หรือมีกระดูกงอกจากการเสื่อมของกระดูกข้อต่อสันหลังไปกดทับเส้นประสาท 

อาการปวดบริเวณคอ
      ผู้ป่วยมักจะมีอาการปวดเมื่อยๆบริเวณกระดูกและกล้ามเนื้อบริเวณต้นคอ ปวดร้าวลงบริเวณบ่า และสะบัก บริเวณไหล่ และข้อศอก ร่วมกับอาการชาลงไปที่มือ และนิ้ว  อาจจะมีความรู้สึกปวดแปล๊บๆเหมือนไฟฟ้าช็อต วิ่งลงแขน  หันศีรษะลำบาก ไม่สามารถหันได้เหมือนปกติ เวลาจะเหลียวมองด้านข้างต้องหันไปทั้งตัว บางครั้งมีอาการปวดมากจนทำให้ไม่สามารถนอนพักได้ นอนไม่หลับ อาการปวดจะเพิ่มมากขึ้นเมื่อแหงนศีรษะ หรือก้มนานๆ เนื่องจากน้ำหนักของศีรษะไปกระทำตรงบริเวณข้อต่อระหว่างกระดูกเพิ่มมากก็จะทำให้เกิดการอักเสบและช่องทางเดินประสาทแคบลง เมื่อเส้นประสาทถูกกดทับจะทำให้มีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อที่เลี้ยงโดยรากประสาทนั้นๆ เช่น ไม่มีแรงกำมือ หรือกระดกข้อมือ มีอาการปวดจากท้ายทอยขึ้นไปยังศีรษะ และอาจมีอาการปวดร้าวออกเบ้าตา ซึ่งถ้าผู้ป่วยมีอาการปวดมาเป็นระยะเวลานานก็ทำให้ผู้ป่วยเกิดความเครียดและกังวล กลัวว่าจะเป็นโรคร้าย เป็นมะเร็ง เป็นอัมพฤกษ์อัมพาต 
    ผู้ป่วยอาจจะมีอาการปวดเพิ่มมากขึ้นในช่วงเดินทางนั่งบนรถ หรือนั่งเครื่องบินแล้วเผลอหลับ เวลาตื่นขึ้นมาจะมีอาการปวดต้นคอ สาเหตุอันเนื่องมาจากในขณะที่นอนหลับในท่านั่งนั้นน้ำหนักของศีรษะจะทำให้คอก้มลงมาทางด้านหน้า  ซึ่งเป็นท่าที่ไม่เหมาะสมเป็นเวลานาน จึงทำให้เกิดอาการเกร็ง ตึงตัวของกล้ามเนื้อรอบๆบริเวณลำคอ ทำให้เกิดการอักเสบของกระดูกข้อต่อ จึงทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อรอบๆที่บริเวณลำคอ บ่า  







การวินิจฉัยโรค 
    การวินิจฉัยโรคเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลจากการซักประวัติอาการปวดของผู้ป่วย ร่วมกับการตรวจร่างกายของแพทย์ ซึ่งถ้ามีอาการปวดมากแพทย์อาจส่งตรวจภาพถ่ายเอกซเรย์บริเวณกระดูกต้นคอ ซึ่งมักจะพบว่ามีการเสื่อมของหมอนรองกระดูกต้นคอ สังเกตได้จากความสูงของหมอนรองกระดูกสันหลังมีขนาดลดลง เพราะปกติหมอนรองกระดูกมีองค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นน้ำ และเมื่อเกิดกระบวนการเสื่อมจะทำให้ปริมาณน้ำในหมอนรองกระดูกลดปริมาณลง และในบางครั้งอาจเกิดการเคลื่อนของหมอนรองกระดูกชั้นในออกมากดทับเส้นประสาท นอกจากนี้อาจจะพบลักษณะของกระดูกงอกออกไปกดทับเส้นประสาทร่วมด้วย ในบางกรณีถ้าผู้ป่วยมีอาการเรื้อรัง อาการปวดไม่บรรเทาลงหลังจากการให้การรักษาที่ถูกต้องอย่างต่อเนื่อง แพทย์ผู้ทำการรักษาอาจจะพิจารณาส่งผู้ป่วยไปตรวจด้วยภาพคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ซึ่งจะช่วยแสดงรอยโรคได้ชัดเจนมากกว่าภาพถ่ายรังสีธรรมดา 








การป้องกันและการรักษา

1.การปรับเปลี่ยนท่าทางและการใช้ชีวิตประจำวัน พยายามหลีกเลี่ยงการนั่งอ่านหนังสือนานๆ การก้มคอใช้โทรศัพท์มือถือ การแหงนศีรษะ เมื่อใช้งานกับคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานจำเป็นต้องปรับตำแหน่งของจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระดับสายตา การเปลี่ยนอิริยาบถในขณะทำงานกับจอคอมพิวเตอร์นานๆ แม้กระทั่งการนอนดูโทรทัศน์นานๆก็อาจจะทำให้เกิดอาการปวดคอได้ ดังนั้นควรมีการปรับท่าทางให้เหมาะสมเช่นควรนั่งดูโทรทัศน์มากกว่าการนอน ไม่ก้มคอใช้งานโทรศัพท์มือถืออย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน
เมื่ออายุมากขึ้น ควรจะหลีกเลี่ยงกีฬาบางประเภทเพราะอาจจะทำให้มีอาการปวดต้นคอเพิ่มมากขึ้นได้เช่น  แบดมินตัน เพราะมักจะต้องแหงนศีรษะเวลาตีลูก ซึ่งจะทำให้ช่องทางเดินประสาทแคบลงเมื่อแหงนศีรษะ ทำให้เกิดการกดทับเส้นประสาทเพิ่มมากขึ้น และเกิดการอักเสบของกระดูกสันหลังบริเวณข้อต่อ ในผู้ป่วยที่มีอาการปวดต้นคอมากควรหลีกเลี่ยงการนอนสระผมที่ร้านทำผม เพราะการนอนสระผมจะมีการแหงนศีรษะมากทำให้ช่องทางเดินประสาทแคบลง และทำให้กระดูกข้อต่อเกิดการอักเสบ จึงทำให้เกิดอาการปวดเพิ่มมากขึ้นได้  และไม่ควรแหงนศีรษะเป็นระยะเวลานานเพราะจะทำให้กระดูกข้อต่อสันหลังบริเวณคอเกิดการอักเสบ ทำให้เกิดอาการปวดและเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ

2. การทำกายภาพบำบัด ด้วยการดึงคอ เป็นการใช้แรงดึงกระทำต่อร่างกายและกระดูกสันหลังส่วนคอ ช่วยทำให้ช่องระหว่างกระดูกสันหลังส่วนบริเวณคอกว้างขึ้น ลดการกดทับเส้นประสาท ช่วยในการยืดกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ยังมีการใช้คลื่นเสียงความถี่สูงช่วยในการบำบัดรักษา คลื่นเหนือเสียงที่มีความถี่ 20,000 รอบต่อนาที ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดความร้อนลึกเฉพาะที่ ส่งผลในการช่วยลดอักเสบ อาการปวด เพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อ ช่วยทำให้อาการของผู้ป่วยทุเลาลง 

3. การรับประทานยาลดปวด ยาลดการอักเสบ ซึ่งยาจะออกฤทธิ์ในการลดปวดตามส่วนต่างๆของร่างกาย ซึ่งยาแต่ละชนิดก็ออกฤทธิ์แตกต่างกัน ก็ช่วยทำให้อาการปวด อาการชาทุเลาลงได้ ข้อควรระวังในการใช้ยาลดการอักเสบคือต้องรับประทานยาหลังอาหารทันทีเพราะอาจจะมีผลทำให้เกิดอาการระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร และไม่ควรรับประทานต่อเนื่องนานเกิน 1 เดือน 

4. การฉีดยาชาระงับปวดเข้าไประหว่างชั้นกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นที่อยู่ของเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อที่มีอาการเกร็งตัว เพื่อลดการนำสื่อประสาท จะช่วยทำให้กล้ามเนื้อตรงบริเวณคอ และบริเวณบ่าและกล้ามเนื้อรอบๆสะบัก คลายตัวลง ลดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ จะช่วยลดอาการปวดได้ดีมากโดยเฉพาะในช่วงระยะ 2 สัปดาห์หลังการฉีด 
      หลังจากฉีดยา อาการปวดจะทุเลาลงเป็นอันดับแรก ต่อมาอาการชาตามแขนและมือจะค่อยๆดีขึ้นตามลำดับ ส่วนใหญ่ผู้ป่วยมักจะกังวลกลัวว่าจะเกิดโรคอัมพฤกษ์อัมพาต จากอาการชา เนื่องจากโรคหมอนรองกระดูกคอเสื่อมกดทับเส้นประสาท ซึ่งถ้าแพทย์ซักประวัติ ตรวจร่างกายอย่างละเอียดและให้การวินิจฉัยว่าเป็นโรคหมอนรองกระดูกคอเสื่อม ก็จะช่วยทำให้ผู้ป่วยคลายความกังวลลงไปได้  โดยทั่วไปอาการปวด ปวดชาร้าวลงแขนจะค่อยๆดีขึ้น ใช้ระยะเวลาประมาณ  3 – 4 เดือน ผู้ป่วยมากกว่าร้อยละ 90 สามารถให้การรักษาด้วยวิธีการข้างต้นได้ผลเป็นอย่างดี โดยไม่จำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด สำหรับข้อบ่งชี้ในการผ่าตัดกระดูกสันหลังบริเวณคอจะทำในกรณีที่ มีการกดทับของเส้นประสาทและไขสันหลัง ทำให้ผู้ป่วยมีอาการเกร็ง ตัวแข็งเดินเกร็ง  ก้าวเดินลำบาก มีอาการอ่อนแรงของแขน และขา  อุจจาระและปัสสาวะลำบากไม่สามารถควบคุมได้จึงจำเป็นต้องผ่าตัด  ถ้าผู้ป่วยมีแค่เพียงอาการปวดต้นคอ ปวดร้าวลงแขนและมือ หรือมีอาการชาร่วมด้วย เราสามารถให้การรักษาด้วยวิธีการข้างต้นได้ผลเป็นอย่างดี โดยไม่มีความจำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด 
การเกิดกระดูกคอเสื่อมและการเกิดกระดูกงอกที่บริเวณข้อต่อระหว่างกระดูกนั้นเกิดจากกระบวนการเสื่อมของหมอนรองกระดูกสันหลัง จึงทำให้เกิดกระดูกงอกและบางครั้งทำให้เกิดการกดทับเส้นประสาท ผู้ป่วยบางท่านมีความกังวลใจว่าการรับประทานแคลเซียมวันละ 1 เม็ดนั้นหรือการรับประทานแคลเซียมมาเป็นระยะเวลานานมีผลทำให้เกิดภาวะกระดูกงอกหรือไม่ การรับประทานแคลเซียมวันละ 1 เม็ดในปริมาณประมาณ 600 มิลลิกรัมนั้น ไม่มีผลทำให้เกิดกระดูกงอกอันใดเลยเพราะสาเหตุของการเกิดกระดูกงอกตามส่วนต่างๆของข้อและกระดูกนั้นเกิดจากกระบวนการเสื่อมของร่างกาย ไม่เกี่ยวกับการรับประทานแคลเซียม 


การดึงคอเพื่อลดอาการปวด 
 
 
 
การนวดด้วยเครื่อง ultrasound 
 
 
 
การฉีดยาชาโดยใช้ ultrasound เป็นตัวนำระหว่างชั้นกล้ามเนื้อ ลดอาการปวดได้ดีมาก

 

 

_________________________________________________

เชิญเพิ่มเพื่อนทาง line จาก หมอเก่ง กระดูกและข้อ

เพื่อรับข้อมูลข่าวสารสุขภาพกระดูกและข้อครับ

line id search @doctorkeng กรุณากดลิงค์ https://line.me/R/ti/p/%40doctorkeng

หรือที่ QR code

แล้วกด add นะครับ

 

อ่านความรู้โรคกระดูกและข้อเพิ่มเติมได้ที่

1. www.taninnit.com

2. http://taninnit.blogspot.com/

3. https://www.facebook.com/backpainnonop/

email: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

 

โทร 081-5303666

หมอเก่ง : ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (Taninnit Leerapun, MD, MS, MBA)

ภาควิชาออร์โทปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

 

หมอเก่งคลินิก (สันป่าข่อยคลินิก)